Art

Theo Jansen and Wind Walkers

ประติมากรรมเคลื่อนไหวจากการทดลอง คำนวณ และจินตนาการของ Theo Jansen
Reading time 40 seconds

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นผลงานที่มีชื่อว่า Strandbeest นี้ผ่านโซเชียล มีเดียกันมาแล้วล่ะ  เจ้าสัตว์ประหลาดสร้างจากท่อพีวีซีนี้เดินไปเดินมาอยู่บนชายหาด  ขาของมันขยับได้จนเรานึก่ามันมีชีวิตจริง แต่ที่จริงแล้วมันเดินได้เพราะอาศัยแรงลมและกลไกของขาที่ผ่านการคิดคำนวณของ ธีโอ แยนเซ่น  (Theo Jansen)  ศิลปินชาวดัตช์ที่คลอดเจ้าสแตรนด์บีสต์นี้ออกมาหลายสิบตัวแล้ว 

ธีโอ แยนเซน  เป็นทั้งนักฟิสิกข์ นักทดลอง วิศวกร นักประะดิษฐ์ ศิลปิน นักคิด นักเขียน ในคนเดียว  คนจำนวนไม่น้อจึงยยกให้เขาเป็น ลีโอนาร์โด ดาวินชี่แห่งยุคปัจจุบัน  เขาริเริ่มโปรเจ็กต์ สแตรนด์บีสต์ ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1991 เพราะต้องการรณรงค์ให้เห็นถึงปัญหาโลกร้อนที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เขาตั้งใจให้เจ้าสัตว์พวกนี้วิ่งไปตามชายหาดทรายเพื่อค่อยๆ ถมเนินทรายขึ้นมาเพื่อป้องกันชายหาด แต่ในวันนี้ เจ้าแสตรนด์บีสต์ทั้งหลายต่างเติบโต และมีชีวิตในแบบของมัน

 

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผลงานของเขามาจัดแสดงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พิพิธภัณฑ์ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์ ลอฟฟีเซียลได้รับเชิญจากแบรนด์นาฬิกาสวิส Audemars Piguet ซึ่งให้ความสำคัญกับศิลปะมาโดยตลอดและยังเป็นผู้สนับสนุนนิทรรศการดังกล่าว เราจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับศิลปินชาวดัตช์ผู้แสนจะถ่อมตนผู้นี้ 

นิทรรศการ Wind Walkers: Theo Jansen สนับสนุนโดย Audemars Piguet

จำความรู้สึกแรกที่เห็นมันเดินครั้งแรกได้ไหม 

"ตอนแรกก็เดินได้ไม่ดีนักนะ แต่มันเป็นกระบวนการที่ค่อยๆพัฒนา อย่างตัวแรกนี่ใช้เวลาในการพัฒนาอยู่นานกว่าสามปีจนเดินได้ดี เช่นเดียวกับตัวแคทเทอพิลลาร์ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้า แต่เราต้องค่อยๆก้าวไปข้างหน้าที่ละก้าว ไม่ใช่ว่าจู่ๆเราจะคลอดลูกหมาที่เดินได้ทันที" 

 

ตอนที่คุณสร้างสแตรนด์บีสต์ คุณนึกถึงสิ่งมีชีวิตตัวไหนในใจไหม แล้วคุณคิดถึงกลไกก่อนหรือว่าคุณจะสร้างสัตว์แบบไหนก่อน  

"ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมนะ  แต่ผมไม่ได้อยากจะก็อปปี้สิ่งที่มีอยู่แล้ว ผมอยากจะลืมในสิ่งที่ผมรู้ว่ามีอยู่แล้วในโลกนี้ด้วยซ้ำ  ผมไม่ได้อยากสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะดูคล้ายบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องบังเอิญ จริงๆแล้ว ผมแค่อยากให้ท่อพลาสติกทำงานได้ อยากลองทำสิ่งใหม่ อยากทำให้เกิดวิวัฒนาการใหม่ๆ ส่วนรูปร่างก็เป็นไปตามฟังก์ชั่น ไม่ใช่ว่าผมเลือกสรรรูปร่างก่อน"

 

ทำไมคุณถึงเลือกใช้ท่อพีวีซี 

"มันเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย ผมโตมากับการใช้ท่อพีวีซีเป่าจรวจกระดาษให้บินได้ เด็กผู้ชายชาวดัตช์เล่นกันแบบนี้ แล้วผมก็ทำโปรเจ็กต์ Flying Saucer ซึ่งทำจากท่อพีวีซีก่อนที่จะทำแสตรนด์บีสต์ ผมว่ามันสะดวกในการนำมาทำเป็นโครงสร้าง แล้วก็ไร้ขีดจำกัดด้วย"

/
"เราไม่ควรทิ้งพลาสติกไว้เป็นขยะบนโลกอีก เพราะอย่างนั้นผมถึงไม่เคยปล่อยให้เจ้าบีสต์เดินไปเรื่อยๆจนจมลงไปในทะเล แล้วท่อพวกนั้นก็รีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์"

คุณว่าเจ้าสแตรนด์บีสต์กับเวลามันเชื่อมโยงกันอย่างไร

"มันมีความอดทนสูงนะ ในแง่ของวิวัฒนาการ บางทีผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ใช่สิ่งทีดีที่สุด และมันก็ใช้เวลายาวนาน ต้องค่อยๆหาวิธีว่าจะทำอย่างไร ผมทำเจ้าสแตรนด์บีสต์มากว่า 20 ปีแล้วซึ่งถ้าเปรียบเป็นวิวัฒนาการจริงๆ มันก็จิ๊บจ้อยมากเลย แต่ก็ถือว่าผมทำได้เร็วถ้าเทียบกับกระบวนการวิวัฒนาการจริงๆเหมือนกัน"

 

ช่วยเล่าถึงการร่วมงานกับ Audemars Piguet ให้ฟังได้ไหม คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง 

"เราก็ทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว และผมก็รู้จักหลายคนเป็นการส่วนตัวด้วย พวกเขาสร้างนาฬิกากันมานานอยู่ที่ วัลเล่ เดอ ฌูซ์ มานานแล้ว​ เพราะในอดีตชาวนาไม่มีอะไรทำในหน้าหนาว  พวกเขาก็เลยสร้างสิ่งต่างๆ จากสิ่งที่มี  พวกเขาก็มีข้อจำกัดเรื่องวัสดุที่ใช้เหมือนที่ผมเองก็ทำงานแค่กับท่อพีวีซี พวกเขาต้อด้นสดบ้าง เพราะเมื่อเราไม่มีทุกอย่างอยู่ในมือ เรายิ่งต้องสร้างสรรค์ นั่นเป็นข้อที่เหมือนกันกับผม และในสมัยก่อน นาฬิกาถือเป็น living object เพียงอย่างเดียว เรายังไม่มีรถให้ใช้สอย คนเลยยังไม่คุ้นเคยกับของที่ขยับได้ด้วนตัวมันเอง ผมว่ามันมีภาพเปรียบเทียบระหว่างนาฬิกาและงานของผม ทั้งความรักในกลไก เรขาคณิต และชิ้นส่วนต่างๆที่เคลื่อนไหวได้ และคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย"

 

คุณคิดว่า  ศิลปะควรมีจุดมุ่งหมายไหม

"แต่ก็ไม่ใช่จุดมุ่งหมายแบบที่ว่าเพื่อความสงบสุขหรือเพื่อเศรษฐกิจแบบนั้นหรอกครับ แต่ผมอยากให้ศิลปะมีจุดมุ่งหมายที่ทำให้คนหันกลับมาใช้จินตนาการกันอีกครั้ง เพราะชีวิตที่ไม่มีจินตนาการนั้นไม่มีค่าอะไร ผมคิดว่า คนที่โตแล้วมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างมีชีวิตชีวา เติมจินตนาการ จะบอกว่านี่เป็นเป้าหมายของศิลปะก็คงได้"

 

Photos: Media Force,  Marina Bay Sands  

นิทรรศการ Wind Walkers: Theo Jansen จัดแสดงที่ ArtScience Museum ประเทศสิงคโปร์ จนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ 

related posts

Recommended posts for you