Fashion Week

THE POWER OF SISTERHOOD

มาเรีย กราเซีย คิอูรี ปัดฝุ่นสไตล์เท็ดดี้ เกิร์ลจากยุค 1950 ให้กัลับมาโลดแล่นบนรันเวย์ Dior Autumn/Winter 2019  
Reading time 11 seconds

สิ่งใดคือนิยามตัวตนที่แท้ของสาวดิออร์ในทุกยุคสมัย ? 

กลายเป็นคำถามตั้งแง่ที่ชวนขบคิดถึง สมการภาพลักษณ์ที่ดูย้อนแย้งกับแรงปรารถนาในจิตใจของผู้หญิงดิออร์ ที่แม้จะรักความหรูหราแต่ก็หาญกล้าขบถในจิตใจ เปิดรับสิ่งแปลกใหม่แต่ก็ไม่ไม่วายถวิลหาความคลาสสิกที่ยังวนอยู่ในหัวคิดเสมอมา สิ่งเหล่านี้ถูกย้ำชัดผ่านผลงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของมิสเตอร์ คริสเตียน ดิออร์ ที่เคยสรรค์สร้างให้กับโลกแฟชั่นได้จดจำ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ถูกส่งต่อเรื่องราวเหล่านั้นให้กับดีไซเนอร์ผู้กุมบังเหียนของแบรนด์อยู่เรื่อยมา 

 

/

ไม่ต่างไปจาก มาเรีย กราเซีย คิอูรี นักออกแบบหัวคิดเฟมินิสต์ที่หยิบยกแง่มุมหญิงแกร่งทางสังคมจากอดีตวันวาน นำกลับมาปัดฝุ่นในมุมมองร่วมสมัย ตามแบบฉบับดิออร์ได้อย่างไม่รู้เบื่อ เช่นเดียวกับ ผลงานคอลเลกชั่นฤดูหนาว 2019 นี้ มาเรียหยิบยกวัฒนธรรมการแต่งกายจากกลุ่มเท็ดดี้ เกิร์ล ของสาวบริติช ที่มักหยิบชิ้นมัสคิวลีนของชายหนุ่มจากยุคเอ็ดเวิร์ดเดียน นำมา สร้างสไตล์ด้วยการจับคู่กับผ้าผันคอกำมะหยี่ กระโปรงยูนิฟอร์มจับจีบ ชิ้นเดนิม และแจ๊กเก็ตหนัง ซึ่งเคยเฟื่องฟูในยุคหลังสงครามโลกช่วงปี 1950 ตรงกับช่วงเวลาที่ถือกำเนิดแฟชั่นนิวลุค กลายเป็นจุดเชื่อมโยงให้มาเรียใช้ค้นคว้าถึง 'ความขบถ' ที่หยั่งรากลึกในจิตใจของหญิงสาวจากทุกยุคสมัย ในกรณีเช่นนี้ รวมไปถึงเจ้าหญิงมาร์กาเรตที่เคยฉลองพระองค์ในชุดกระโปรงจับเดรปไหล่เบี่ยงสีขาวจากห้องเสื้อดิออร์ เมื่อครั้งฉายพระรูปในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 21 พรรษา แทนที่จะทรงเลือกชุดแบรนด์ดังจากห้องเสื้อสัญชาติอังกฤษ 

ทั้งหมดนี้ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจตั้งต้นที่มาเรียใช้ถ่ายทอดบนผลงานกว่า 89 ลุค ผ่านเส้นสายออกแบบที่คงความโก้หรูของซิลูเอทนิวลุคในมุมมองใหม่ ซึ่งปรับแต่งให้เข้ากับแนวคิดของกลุ่มเท็ดดี้ เกิร์ล ที่ไม่จำกัดขอบเขตการแต่งกายอยู่ในโลกเฟมินีนเหมือนเก่าก่อน แต่กล้าหันมาสร้างสไตล์ในแบบฉบับของตนเอง ด้วยการผสมผสานความหลากหลายของเนื้อผ้า ที่เคยจำกัดกรอบอยู่แต่ลุคยูนิฟอร์มในยุค 1950 ถูกนำมาคลี่คลายเข้ากับชิ้นเฟมินีนของมาเรียอย่างกระโปรงผ้าทูลเนื้อบางเบา ที่จับคู่กันมากับเชิ้ตผูกคอ สเวตเตอร์ถัก ทับกับแจ๊กเก็ตหนังสีดำจากวงร็อกปารีเซียง แทรกด้วยชิ้นห่มหนาวกลิ่นอายสปอร์ตแวร์ที่มาในลวดลายตารางหมากรุกหลากสีทั้ง แดง เขียว และดำ พร้อมคอมพลีตด้วยหมวกทรงบักเก็ตแต่งผ้าตาข่าย ซึ่งถือเป็นคีย์ลุคของคอลเลกชั่น 

 

ก่อนปิดท้ายด้วยบรรดาอีฟนิ่งแวร์ กับชุดกระโปรงจับพลีตซ่อนดีเทลความหรูหราด้วย งานปักประดับประดาดอกไม้หลากสี พร้อมการกลับมาของเทคนิค Toile de Jouy ที่ครั้งนี้ได้ Mario Schifano มาสร้างสรรค์ลวดลายปาล์มสปริงที่คาดว่าจะฮอตฮิตไม่แพ้กัน 

related posts

Recommended posts for you