Fashion

FROM ANTWERP WITH LOVE

ลอฟฟีเซียล เยือน ‘ซอยสาม’ สตูดิโอของ ‘โชน ปุยเปีย’ หนึ่งในดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้
Reading time 10 seconds

อะไร คือ เอกลักษณ์ของแบรนด์ โชน ปุยเปีย ?

เขาบอกว่าน่าจะอยู่ที่สีสันและรายละเอียด “ครูคนหนึ่งบอกว่างานของเราสีสันสดใสมาก ไม่เหมือนงานฝรั่ง เขาอาจจะเชื่อมโยงความเป็นไทยเข้ากับสีสันก็เลยคิดแบบนั้น อีกอย่างคือโชนเป็นคนที่ชอบเรื่องดีเทลมาก เรื่องเทคนิคต่างๆ เวลาเข้าร้านก็จะพลิกดูดีเทล เรามองว่าความลักชัวรี่ของเสื้อผ้าอยู่ตรงนั้น และสิ่งที่ทำอยู่ก็คือการสร้างความหมายใหม่ให้กับคำว่าลักชัวรี่ 

/

ลักชัวรี่อาจจะไม่ใช่ชุดราตรียาวหรูหรา แต่อยู่ที่เนื้อผ้า ที่ดีเทล และอยู่ที่การทำให้ผู้ใส่รู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองสวยครับ งานที่ออกมาจึงเป็นเหมือนงานศิลปะบนเสื้อผ้า และความน่าสนใจก็คือเป็นศิลปะที่อยู่บนตัวคน พอใส่แล้ว ปฏิสัมพันธ์ก็จะเกิดขึ้นระหว่างผู้ใส่กับผลงาน แล้วกลายเป็นสิ่งที่มากกว่านั้น เพราะเป็นงานที่แสดงถึงเรื่องราว ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์
ของคนที่ใส่อยู่ได้ด้วย          

ลักชัวรี่อาจจะไม่ใช่ชุดราตรียาวหรูหรา แต่อยู่ที่เนื้อผ้า ที่ดีเทล และอยู่ที่การทำให้ผู้ใส่รู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองสวยครับ
งานที่ออกมาจึงเป็นเหมือนงานศิลปะบนเสื้อผ้า และความน่าสนใจก็คือเป็นศิลปะที่อยู่บนตัวคน

FROM ANTWERP WITH LOVE

และถ้าคุณลองสังเกตดีๆ จะพบว่างานของโชนปุยเปีย เต็มไปด้วยเทคนิคต่างๆ ที่เขาบรรจงคัดเลือก ทดลอง และหยอดลงไปในแต่ละคอลเลกชั่น อย่างเช่นเทคนิคการพิมพ์ลายบนเส้นด้ายยืน (warp print) ที่โชนร่วมงานกับจิม ทอมป์สัน เพื่อให้ได้ผ้าที่มีลายที่ดูเบลอเหมือนภาพแอ็บสแตร็กต์ รวมถึงการนำ ‘มาวาตะ’ ซึ่งเป็นเยื่อส่วนในสุดของรังไหมที่มักจะถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์มาประกบกับผ้าออร์แกนซ่า “ค้นพบวัสดุนี้จากงานอินสตอลเลชั่นของคุณแม่ที่ไปแสดงที่นิวยอร์กเมื่อปีก่อนครับ ปกติส่วนนี้เป็นส่วนที่เราจะทิ้งไป แต่คราวนี้เราเอามาทำเป็นผืนแล้วประกบกับผ้าออร์แกนซ่า ทำให้มีอารมณ์ดิบๆ แต่ก็มีเท็กซ์เจอร์ที่น่าสนใจ เวลาเอามาเดรปเป็นฟอร์มแล้วจะได้มูฟเมนต์ที่แตกต่าง” ด้วยความที่ไฮไลต์อยู่ในดีเทลนี้เอง โชนจึงเลือกพรีเซนต์ผลงานในรูปแบบของงานอินสตอลเลชั่น มากกว่าจะทำเป็นแฟชั่นโชว์เหมือนแบรนด์​อื่นๆ เหตุผลไม่ใช่เพราะมีพ่อแม่เป็นศิลปิน แต่เพราะอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของเขาคือนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มาใช้เวลาพินิจพิจารณาดีเทลต่างๆ อย่างใกล้ชิดแล้ว เขายังอยากนำเสนอทิศทางใหม่ๆ ให้กับวงการแฟชั่น “อยากหาวิธีใหม่ๆ ในการโชว์แฟชั่นครับ นอกจากจะสร้างเสื้อผ้าที่พิเศษ ที่ให้ความรู้สึกพิเศษกับคนใส่จริงๆ แล้ว เราอยากทำเสื้อผ้าที่เล่าเรื่องราว และการนำเสนอ เราก็อยากให้แต่ละคอลเลกชั่นเล่าเรื่องได้ด้วยตัวมันเอง” 

related posts

Recommended posts for you