Happenings

Gucci Vies to Be Even Greener

Gucci ประกาศตัวเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งรวมถึงห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ
Reading time 1 minutes

เพื่อต่อยอดความพยายามอันแสนยาวนานในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลัดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก Gucci ประกาศอย่างเป็นทางการวันนี้ถึงความตั้งใจชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบด้วยโครงการ REDD+1 (หรือโครงการลดการปล่อยคาร์บอนจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า) 4 โครงการ โดยจะมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ทั่วโลก แนวความคิดนี้มาจากความมุ่งมั่นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของผู้นำอุตสาหกรรมแฟชั่นชั้นสูงที่มีต่อความยั่งยืน ทำให้ Gucci ผันตัวเป็นกลางทางคาร์บอน

Gucci มีการนำกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายขั้นสำคัญคือการผันองค์กรให้เป็นกลางทางคาร์บอนทั้งระบบพร้อมทั้งตระหนักถึงมาตรการต่างๆที่ต้องนำมาปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ วิธีหนึ่งที่ Gucci นำมาปฏิบัติเพื่อรับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions) จากกระบวนการดำเนินงานเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นลำดับเพื่อหลีกเลี่ยง ลด และชดเชยการปล่อย GHG โดยยกนโยบายรับผิดชอบลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากระบบห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบเป็นธงชัย มีความโปร่งใสเป็นรากฐานของแนวทางปฏิบัติ ซึ่ง Gucci จะคอยวัดและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ 

  • Gucci มีเป้าหมายถึงปี 2025 สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนกลยุทธ์ โดยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน 2558
  • Gucci สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ทั้งหมด 16% ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ปี 2015 เมื่อเทียบกับการเติบโตของธุรกิจ 


ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ว่า Gucci ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วยวิธีเป็นกลางทางคาร์บอน และบริษัทจะยังคงดำเนินการต่อไปโดยเน้นการหลีกเลี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายปี 2568 ในขณะที่จะยังคงตระหนักไว้ตลอดเวลาว่า ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทอื่นที่นอกเหนือกรอบปฏิบัตินี้ที่ยังไม่สามารถแก้ไขเชิงรุกได้

Marco Bizzarri ประธานและซีอีโอของ Gucci

“ศักราชใหม่ของความรับผิดชอบที่ภาคธุรกิจแสดงออกนั้นขึ้นอยู่กับเรา และเราจำเป็นต้องมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงาน รวมถึงการแสดงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานของเรา และทาง Gucci เองจะยังคงทำงานผ่านกลยุทธ์อันชาญฉลาดเพื่อหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบอันเกิดจากเรา ในขณะเดียวกัน บริษัทจะลงทุนในนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผม งานนี้ยังไม่เพียงพอหรืออาจจะยังไม่เห็นผลอย่างชัดเจนเร็วๆนี้ เนื่องจากความท้าทายด้านความยั่งยืนที่เราเผชิญในอุตสาหกรรมของเราและความเป็นจริงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก รามถึงวิกฤตการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน Gucci จึงนำทางแสดงความรับผิดชอบด้วยความมุ่งมั่นทำองค์กรให้เป็นกลางทางคาร์บอน ตามกลยุทธ์ที่เราได้วางไว้อย่างชัดเจนว่าเราจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานของเรา ด้วยการหลีกเลี่ยง ลด นำกลับ และชดเชยการปล่อยมลพิษที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ผ่านโครงการ REDD+ ทั้งสี่”

1568290278268246 diaryarticlesingle artolution 02 001 default1568290278308201 diaryarticlesingle artolution 01 001 default
1568290278230518 diaryarticledouble artolution 02 001 default

ในฐานะที่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกและเป็นแนวทางนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน Gucci ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมมากมายเพื่อทำให้เกิดทางเลือกที่นำไปสู่ผลกระทบต่ำ การจัดหาและการใช้วัสดุเพื่อความยั่งยืน และมุ่งเน้นการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทาน โครงการทั้งหมดนี้ได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มเชิงบวก โดยปัจจุบันสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 440,125 ตันในปี 20183 และจะมุ่งมั่นขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปี Gucci จะชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่สำคัญทั่วโลก 

 

หลีกเลี่ยง + ลด งานค้าปลีกสู่การผลิต ตัวอย่างเช่น

  • เพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในการดำเนินงานของ Gucci ซึ่งรวมถึงในร้านค้า สำนักงาน และคลังสินค้า จากปัจจุบัน 70% ให้เป็น 100% ภายในปี 2020 การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีจากการที่ Gucci สามารถลดคาร์บอนจำนวน 45,800 ตันในปี 2018 

  • สร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้วิธีสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น โครงการ Gucci Scrap-less ที่มุ่งเน้นลดการใช้น้ำและสารเคมีในการผลิตเครื่องหนังให้น้อยลง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง ตัวอย่างที่สามารถเห็นได้ชัดคือ เจ้าหน้าที่ฟอกหนัง 8 คนเข้าร่วมโครงการในปี 2018 สามารถลดการใช้พลังงานไปได้ถึง 843,000 kW ลดการใช้น้ำ ลดปริมาณน้ำทิ้งเข้าสู่บ่อน้ำทิ้งถึง 10 ล้านลิตร ลดการใช้สารเคมี 145 ตัน (รวมถึงลดการใช้โครเมี่ยมหลายตัน) และลดการทิ้งเศษหนังไปได้ 66 ตัน โดยในช่วงเดียวกันนี้มีการหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 3,400 ตันจากการดำเนินงานโครงการนี้

การแปรรูปสู่วัตถุดิบ ตัวอย่างเช่น

  • ค้นคิดวิธีแก้ปัญหาที่เปลี่ยนเทคนิคการแปรรูปแบบเดิมไปสู่กระบวนการที่ยั่งยืนกว่า ตัวอย่างเช่น โครงการ Gucci metal-free tanning (โครงการฟอกหนังแบบไม่ใช้โลหะ) ที่กำจัดโลหะหนักในกระบวนการฟอกหนัง

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีและวิธีการรีไซเคิลให้มากที่สุด เช่น การเปลี่ยนไปใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมเนื่องจาก Gucci ห้ามใช้ PVC ตั้งแต่ปี 2015 และใช้โลหะรีไซเคิลในอุปกรณ์และเครื่องประดับ การเปลี่ยนวัตถุดิบบริสุทธิ์แบบดั้งเดิมที่ใช้ผลิตเป็นฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์เสริมของเครื่องประดับมาเป็นทองคำ เงิน และแพลเลเดียมแบบรีไซเคิลทำให้ช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการทำเหมืองและสกัดแร่ ทำให้เกิดการลดการปล่อยคาร์บอนไปได้ประมาณ 11,000 ตันในปี 2018

ฟื้นฟู + ชดเชย

  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบจากระบบการเกษตรที่ฟื้นฟูสภาพดิน รวมถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ สำเพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

  • ดำเนินงานการชดเชยภายใต้ภาพรวมนวัตกรรมองค์กรผ่านโครงการ REDD+เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงปกป้องถิ่นที่อยู่ของพืชและสัตว์ สัตว์ป่าที่สำคัญทั่วโลก

1568290745711355 gucci equilibrium homepage
  • การตัดสินใจของ Gucci ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดนั้นเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวที่มีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความปรารถนาที่จะส่งเสริมให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง บริษัทส่วนใหญ่มักจะนิยามความเป็นกลางทางคาร์บอนจากการวัดค่าจากการดำเนินงานโดยตรงของตนเองและไม่ค่อยวัดจากการดำเนินงานทางอ้อม ทำให้เกิดการละเลยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากซึ่งเป็นผลทั้งหมดจากกิจกรรมทางธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน
     
  • เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการด้านสภาพอากาศ Gucci เชื่อว่าความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กรจะต้องครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด บริษัทชั้นนำและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนเท่ากับศูนย์ในระยะยาว ควรวางรากฐานระยะสั้นเพื่อรองรับและจัดการกับปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานได้ทันที ภายในบริบทนี้การแก้ปัญหาสภาพอากาศโดยใช้ธรรมชาติ เช่น การชดเชยผ่านโครงการ REDD+ เป็นการสนับสนุนแนวทางจัดการสภาพภูมิอากาศเชิงบวก

related posts

Recommended posts for you