Happenings

Mexico-Thailand Printmaking Exchange 2019

นิทรรศการแลกเปลี่ยนภาพพิมพ์ไทย-เม็กซิโก 2562 ปรากฏการณ์ครั้งแรกของศิลปะอีกแขนงในประเทศไทย
Reading time 24 seconds
“ขอเชิญท่านที่สนใจและไม่สนใจมาลองดู เพราะเชื่อว่างานศิลปะเป็นอะไรที่ให้ประโยชน์กับทุกคนได้ บางทีไม่ต้องถึงกับสร้าง เพียงแค่เสพ มันก็ช่วยบำบัดเราได้... ศิลปะบำบัดครับ”

เป็นคำพูดในวันที่เราได้พูดคุยกับโอ๋-ปิยทัต เหมทัต ภายในงานเปิดตัวนิทรรศการแลกเปลี่ยนภาพพิมพ์ไทย-เม็กซิโก 2562 หลายคนรู้จักเขาดีในฐานะศิลปินชาวไทยผู้ก่อตั้งเทศกาลโฟโต้บางกอก และสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ เขาคือหนึ่งในกำลังสำคัญของงาน โดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการคัดเลือกผลงานของศิลปินชาวเม็กซิโกจำนวน 30 ชิ้น

The Magic of Printmaking

/

อีกหนึ่งภัณฑารักษ์ตัวแทนจากฝั่งเม็กซิโก ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการคัดเลือกผลงานของศิลปินชาวไทยจำนวน 30 ชิ้น มร.ฟรานซิสโก ลิมง (Francisco Limon) ผู้ก่อตั้งหอศิลป์ La Maquina Graphic Workshop and Gallery ในประเทศเม็กซิโก เขาหลงใหลในภาพพิมพ์และคลุกคลีอยู่กับศิลปะแขนงนี้มากว่าค่อนชีวิต เพราะเขามองว่าในการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์นั้น ศิลปินสามารถปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสามารถนำไปต่อยอดได้ตลอดเวลา ทั้งยังมีความน่าดึงดูดใจตรงที่มันทำให้คนทั่วไปเข้าถึงโลกของศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เขารักศิลปะแขนงนี้อย่างสุดใจ และต้องการจะเฉลิมฉลองความพิเศษของงานศิลปะประเภทนี้ให้คนทั้งโลกได้รับรู้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงการเข้าร่วมนิทรรศการครั้งนี้อีกด้วย

อีกหนึ่งความประหลาดใจที่ฟรานซิสโก โอ๋ และเราได้รับเหมือนกันจากนิทรรศการนี้คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผลงานจากทั้งศิลปินไทยและเม็กซิโก หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้คงต้องยกให้กับฝีมือการจัดเรียงของโอ๋ที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และในมุมมองของฟรานซิสโกเองนั้น เขาเชื่อว่าประเทศไทยและประเทศเม็กซิโกนั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก ทั้งการใช้ชีวิตที่แฝงไว้ด้วยความสุดโต่ง วัฒนธรรมต่างๆ รวมไปถึงในแง่มุมของศิลปะ ทั้งการใช้สี เทคนิค และแนวความคิด และเมื่อปัจจัยเหล่านี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว ความกลมกลืนอันน่าอัศจรรย์นี้จึงเกิดขึ้น ตอกย้ำคำพูดที่ว่าศิลปะเป็นตัวทลายข้อจำกัดต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องของเชื้อชาติเช่นกัน

หน้าที่ของภัณฑารักษ์ทั้งสองท่านคือเลือกชิ้นงานที่ไม่ได้มาจากประเทศของตัวเอง โอ๋บอกว่า “เขาเอามากองให้ผม 100 กว่ารูป ผมจะดูแล้วก็คัด เป็นอะไรที่ผมถนัดอยู่แล้วเพราะทำบ่อย ปัจจุบันผมเป็นกรรมการตัดสินภาพถ่ายนานาชาติที่สิงคโปร์ จีน แล้วผมก็ทำเทศกาลโฟโต้บางกอกด้วย การคัดเลือกงานต่างๆ เลยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ท้าทายและสนุกครับ หลักการคัดเลือกของผมคือดูจากเนื้อหาใจความของงาน รวมถึงเทคนิค ความสวยงาม องค์ประกอบ การใช้สี การใช้แสง หลายอย่างรวมกัน”

 

“ผมเห็นความเปิดกว้างในความคิดและความกล้าแสดงออกมากขึ้นของศิลปินไทย ทั้งไอเดียริเริ่มใหม่ๆ ข้อความที่อยากจะสื่อออกมาในหลากหลายมุมมอง รวมไปถึงการหยิบยกประเด็นของสังคมโลกมาใส่เอาไว้ในชิ้นงาน ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือก้าวสำคัญของวงการศิลปะไทย” ฟรานซิสโกผู้ที่เคยใช้ชีวิตในประเทศไทยนานเกือบสามปีให้ความเห็นต่อชิ้นงานที่เขาคัดเลือก

และอีกหนึ่งบุคคลที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ มร.นิโคลัส ลูนา (Nicolas Luna) ผู้เป็นหัวเรือหลักในการริเริ่มความคิดตั้งต้นและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของนิทรรศการนี้ขึ้นมา โดยตัวเขาเองนั้นเป็นลกครึ่งเม็กซิกันแต่ในปัจจุบันเขาแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ทำให้เขาเห็นถึงความคล้ายคลึงของศิลปะภาพพิมพ์ของทั้งสองประเทศ และต้องการจะทำให้ศิลปะแขนงนี้เติบโดและแพร่หลายมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย เขาจึงร่วมมือกับสถานทูตเม็กซิโกและภัณฑารักษ์ทั้งสองเนรมิตนิทรรศการอันน่าประทับใจนี้ขึ้นมาได้อย่างสำเร็จสมบูรณ์

เกี่ยวกับนิทรรศการ

นิทรรศการแลกเปลี่ยนภาพพิมพ์ไทย-เม็กซิโก ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกนี้เกิดจากความคิดริเริ่มของ มร.นิโคลัส ลูนา (Nicolas Luna) ศิลปินชาวเม็กซิโก-อเมริกัน ผู้มีถิ่นพำนักอยู่ในเชียงใหม่ ที่ต้องการให้มีเวทีแลกเปลี่ยนผลงานระหว่างศิลปินชาวเม็กซิโกและชาวไทย หลังจากที่เขาเข้าไปปรึกษาหารือและได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย นิทรรศการดีๆ ครั้งนี้ก็ปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนของศิลปะการพิมพ์ภาพจากทั้งสองประเทศ โดยไม่จำกัดเทคนิค หัวข้อ อายุ อาชีพ และได้มีการเปิดรับสมัครเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีศิลปิน 147 ท่านจากทั้งสองประเทศ ร่วมส่งผลงานจำนวน 268 ชิ้น จนเกิดเป็นการจัดแสดงผลงานภาพพิมพ์จำนวน 60 ผลงาน ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินชาวเม็กซิโกและชาวไทยได้สื่อสารกันอย่างอิสระผ่านผลงานศิลปะ โดยก้าวผ่านข้อจำกัดทางภาษา ภูมิศาสตร์ หรือเชื้อชาติ

 

1571237555914249 img 9867
“ผมสู้เพื่อศิลปะเสมอ ผมเชื่อในสื่อศิลปะทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพพิมพ์ งานจิตรกรรม ประติมากรรม ซึ่งผมทำมาหมดแล้ว งานศิลปะมันช่วยชีวิตผม ผมเคยรู้สึกว่าชีวิตไม่มีจุดหมาย แล้ววันหนึ่งผมก็มาเจองานศิลปะ มันให้อะไรดีๆ กับชีวิตเรา ให้เรามีแง่คิดที่เป็นบวก ให้เรามีงานทำ ให้เราสามารถทำให้คนอื่นมีงานทำ แล้วมันก็สร้างความสุขให้กับคนส่วนใหญ่ที่สนใจ” - ปิยทัต เหมทัต

นิทรรศการแลกเปลี่ยนภาพพิมพ์ไทย-เม็กซิโก (Mexico-Thailand Printmaking Exchange 2019) จัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม 2562 บริเวณผนังโค้งชั้น 3-4 และจัดครั้งต่อไปที่อาคารพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 4-20 พฤศจิกายน 2562 จากนั้นจะถูกนำไปจัดแสดงต่อในประเทศเม็กซิโก

related posts

Recommended posts for you