Happenings

Thai Elegance As Defined by Antonio Marras

พูดคุยกับแบรนด์แอนโตนิโอ มาร์ราส ถึงแรงบันดาลใจ งานฝีมือ และโปรเจ็กต์ออกแบบชุดจากผ้าไทยในงาน L'Elegante Thai
Reading time 57 seconds

หากใครผ่านไปยังไอคอนสยามในช่วงนี้ ห้ามพลาดชมผลงานการออกแบบชุดจากผ้าไทยฝีมือดีไซเนอร์ระดับโลก Antonio Marras และดีไซเนอร์ไทย  Sorapol ซึ่งโด่งดังในต่างแดน ผลงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “L’ELEGANTE THAI” Thai -Italian Craftsmanship Collaboration  ซึ่งทางบริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด กระทรวงพาณิชย์ และ ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเชิดชูคุณค่าของผ้าไทยร่วมสมัย โดยในวันเปิดงานเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานใหม่ พร้อมด้วยแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นของ  Sorapol ประกอบการบรรเลงเปียโนคลาสสิก และที่ขาดไม่ได้คือการประมูลผลงานการออกแบบขงทั้งสองแบรนด์เพื่อนำรายได้มอบให้กับ “Made by Beautiful People” โครงการสนับสนุนดีไซเนอร์ศิลปินด้อยโอกาสและเด็กพิเศษ ณ ไอคอนคราฟต์ 

 

ลอฟฟีเซียล ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เอฟิซิโอ มาร์ราส (Efisio Marras) ลูกชายของแอนโตนิโอ มาร์ราส (Antonio Marras) ทั้งยังเป็นครีเอทีฟประจำแบรนด์ลูกอย่าง I’m Isola Marras  ในขณะที่ผู้พ่อซึ่งติดภารกิจสร้างสรรค์งานศิลปะสำหรับนิทรรศการที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เอฟิซิโอซึ่งเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้เล่าให้เราฟังว่า “เราดีใจที่ได้ร่วมงานในโปรเจ็กต์นี้ครับ มันเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์เราอยู่แล้วในการผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างเข้าด้วยกัน และมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เป็นงานที่สนุกมาก ในนิทรรศการยังมีผลงานเก่าในอาร์ไคฟ์ของเราด้วย และชุดใหม่ที่เราผลิตขึ้นมาโดยใช้ผ้าไหมไทย แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เราได้มาเปิดป็อปอัพสโตร์ในประเทศไทยด้วย” 

/
Efisio Marras ตัวแทนของ Antonio Marras

ในงานครั้งนี้ ทาง แอนโตนิโอ มารร์ราส ได้สร้างสรรค์ชุดพิเศษ 3 ชุดในโทนสีเทา แดงม่วง และน้ำตาลเข้ม จัดแสดงเคียงข้างผลงานเก่าจากอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ และยังมีผลงานที่ผลิตขึ้นสำหรับการประมูลโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นชุดกระโปรงยาวตัดเย็บจากผ้าไหมทอลายซึ่งมีชายยาวสี่เมตร เอฟิซิโอเล่าว่า “ผมว่าน่าสนใจที่ได้เห็นผ้าไทยซึ่งมีความเป็นแพทเทิร์นกราฟิก ซึ่งต่างจากผ้าลายดอกไม้ของเรา แต่มันกลับมีความคล้ายคลึงกับลวดลายผ้าของเกาะซาร์ดิเนีย มันเป็นเหมือน culture connection แม้ว่ามันจะเป็นความบังเอิญก็ตาม”

 

การทำงานกับผ้าไหมไทยเป็นอย่างไร 

“ก็เป็นอะไรที่ท้าทาย ตอนได้รับตัวอย่างผ้าต่างๆ มา เราก็เลือกใช้ผ้าไหมเพราะอยากได้อะไรที่ traditional แล้วเราค่อยมาเติมความทันสมัยลงไป เราเลือกผสมผสานลวดลายหลากหลาย เนื้อสัมผัสทั้งแบบแมตต์และมันวาว เอามาสร้างซิลูเอตบนหุ่น อย่างเช่นคอร์เซ็ต หรือการใช้เทคนิคมูลาจจับผ้าบนหุ่น ผมว่ามันก็ค่อนข้างซับซ้อนนะ”

 

พูดถึงงานนี้ L’Elegante Thai ตัวคุณเองนิยามคำว่า Elegance อย่างไร 

“ผมว่ามันเป็นสไตล์ที่ไม่ต้องพยายาม แต่คุณรู้สึกได้จากข้างใน  ดูมีความเก๋ บางเบา ไม่มากเกินไป ก็เป็นความรู้สึกที่เราอยากให้เกิดกับคนที่ใส่ชุดของ Antonio Marras เหมือนกัน”

 

แล้วรู้สึกอย่างไรกับ “ความเป็นไทย” 

“ผมได้มาครั้งแรก รู้สึกประทับใจ เป็นเมืองที่สวยและทันสมัยมาก แล้วก็เป็นเมืองที่แฟชั่นมาก ลองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาสิครับ ผมนึกถึงเกาฟลี หรือญี่ปุ่น ผมว่าคนไทยสนใจเรื่องเทรนด์ ชอบการแต่งตัว แม้แต่ในเวลาเดินเล่น แล้วคนไทยใจดีมาก”

 

แล้วการทำงานกับคุณพ่อของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

“โอ้ว ซับซ้อนครับ (หัวเราะ) แต่ก็สนุกดี เพราะเป็นการทำงานให้กับแบรนด์ของครอบครัวเราเอง และการที่เรามีเวิร์กช็อปเป็นของเราเอง ทำให้เรามีอิสระในการตัดสินใจว่าจะทำอะไร ทีมเราไม่ได้ใหญ่โตมากครับ  เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกัน ผมไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้โดยตรง แต่เรียนรู้จากการช่วยพ่อ พูดตรงๆ คือเป็นความสัมพันธ์ในการทำงานที่เต็มไปด้วยความรักและความเคารพน่ะครับ” 

 

แล้วพ่อคุณมีอิทธิพลต่อคุณไหม

“มากเลยล่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของ aesthetic แต่ผมก็พยายามออกมาอยู่ห่างๆ บ้างเพราะมันก็เหมือนกับสายสัมพันธ์แบบฟรอยเดียนล่ะครับ (หัวเราะ) อิทธิพลที่เห็นชัดสุดก็หน้าจะเป็นเรื่องรายลายพรินต์ บางทีเราแยกกันไปออกแบบนะ แต่พอจะเลือกก็เลือกลายเดียวกันทุกที ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ทุกวันจากการได้เห็นพ่อทำงาน” 

1566892884362462 mrs ss19 2491566892887697156 mrs ss19 007
1566892896345597 mrs ss19 0751566892901492807 mrs ss19 322
ภาพรายละเอียดจากคอลเลกชั่น SS2019 จาก Antonio Marras

ช่วยพูดถึงบทบาทของงานคราฟต์ในงานออกแบบของ Antonio Marras ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ 

“งานคราฟต์เป็นหัวใจหลักของเราครับ คงเพราะสำนักงานของเราอยู่บนเกาะซาร์ดิเนียซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ผู้คนยังสนใจงานคราฟต์กันอยู่มาก  แบรนด์ของเราแบ่งเป็นหลายแผนกครับ มีแผนกหนึ่งที่เน้นเฉพาะงานแฮนด์เมด คุณจะได้เห็นงานฝีมือทั้งการปัก การตัดต่อผ้า หรือแม้แต่งานเพนต์ภาพด้วยมือของพ่อผมที่นำมาใช้เป็นลวดลายในคอลเลกชั่น”

 

แล้วคิดอย่างไรกับบทบาทของงานคราฟต์ในยุคเทคโนโลยี

“ไม่รู้สิ ผมเป็นสายโรแมนติก ผมชอบงานแฮนด์เมด ผมขอเลือกที่จะเขียนด้วยปากกา สเก็ตช์ด้วยมือมากกว่า เทคโนโลยีก็ดีครับถ้ารู้จักใช้ แต่ผมรู้สึกดีกว่าที่ได้เห็นงานทำมือ ได้เห็นของเก่าแก่โบราณ ผมว่าคนรุ่นใหม่ก็หวนกลับมาชื่นชมงานฝีมือเหมือนกนันะ” 

 

สำหรับแบรนด์ Antonio Marras แล้ว ความคิดสร้างสรรค์มาจากด้านมืดหรือความสุข

“ผมว่าด้านมืดล่ะ... ความคิดสร้างสรรค์มันมาจากประสบการณ์ การได้ออกไปเผชิญโลก ได้พบเห็นสิ่งต่างๆ แต่ก็มีผลงานหลายชิ้นในอาร์ไคฟ์ของเราที่สะท้อนถึงความดาร์ก”

1566893031469706 iconsiam 190822 00111566893035977570 iconsiam 190822 0013
1566893028090198 iconsiam 190822 00121566893041414473 mrs ss19 294

ใครอยากสัมผัสผลงานการออกแบบชิ้นพิเศษของแบรนด์ Antonio Marras สามารถชมได้ที่ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ส่วนผลงานคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี 2019 นั้น สามารถไปเยือนได้ที่ป็อปอัพสโตร์ ที่ชั้น 1 โซนไอคอนลักซ์ จนถึงวันที่ 1 กันยายนนี้

related posts

Recommended posts for you