Jewellery

ALWAYS SPARKLING

ไขความลับแบรนด์คริสตัลระดับโลกนาม Swarovski ... ลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ เดินทางไปยังประเทศออสเตรีย ณ เมืองวัทเทนส์ เมืองต้นกำเนิดของคริสตัลที่ยังคงเปล่งประกายมาจนถึงทุกวันนี้
Reading time 34 seconds
บรรยากาศใน Kristallwelten
Daniel Swarovski

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Swarovski เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1895 โดยชายที่ชื่อ แดเนียล สวารอฟสกี้ เขาเดินทางดั้นด้นมาจากโบฮีเมียซึ่งเป็นแหล่งผลิตคริสตัลด้วยมือในยุคนั้น ด้วยความต้องการผลิตคริสตัลในปริมาณมาก ในราคาที่จับต้องได้ และได้คุณภาพสูง มร. สวารอฟสกี้จึงได้คิดประดิษฐ์เครื่องตัดคริสตัลขึ้นมา และเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีรั่วไหลไปถึงคู่แข่ง เขาจึงเลือกเมืองวัทเทนส์อันเงียบสงบและมีพลังจากน้ำในการผลิตไฟฟ้าเป็นที่ตั้งโรงงานของเขา

“ผมว่าในแต่ละยุคจะมีแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมในการทำธุรกิจครับ” โรเบิร์ต บุคบาวเออร์ ประธานบริหารของสวารอฟสกี้ และทายาทรุ่นที่ห้าของตระกูลสวารอฟสกี้อธิบายเมื่อเราถามว่าทำไมจึงเปิดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมขุมแห่งความลับของแบรนด์ “ในสมัยก่อนทุกอย่างโฟกัสไปที่เทคโนโลยี เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แนวทางก็เปลี่ยนไปด้วย เทคโนโลยีไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักอีกต่อไป หากแต่ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และมุมมองความคิดของคนที่ช่วยหล่อเลี้ยงแบรนด์ เพราะฉะนั้นเราจึงตัดสินใจเปิดให้โลกรู้ว่าเราทำอะไร แม้ว่าจะมีบางส่วนที่เราต้องรักษาไว้เป็นความลับ”

1565265612404792 swarovski gpe day 1 69
นาตาลี โคลินส์ (ซ้าย) ​และ โรเบิร์ต บุคเบาเออร์ (ขวา)

ห้องแห่งความลับ 

เมื่อรถมาจอดที่ด้านหน้าอาคาร Corporate Archive ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ของสวารอฟสกี้ เรามองเห็นประติมากรรมรูปหนูตั้งอยู่ด้านหน้า คุณบุคบาวเออร์เล่าว่า “ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 บริษัทกำลังลำบากเพราะเกิดวิกฤตน้ำมัน สวารอฟสกี้ซึ่งผลิตสโตนส่งให้อุตสาหกรรมแฟชั่นก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่มีใครออเดอร์เพราะคนไม่อยู่ในมู้ดที่ต้องการอะไรวิบวับ แต่แล้วก็มีพนักงานคนหนึ่งนำคริสตัลมาต่อเข้าด้วยกันกลายเป็นตุ๊กตารูปหนู ปรากฏว่าตุ๊กตาหนูได้เข้ามาช่วยกอบกู้บริษัท และก่อให้เกิดธุรกิจใหม่แบบ Business-to-Consumer” 

 

ที่นี่เป็นเสมือนขุมคลังความคิดและแหล่งสร้างแรงบันดาลใจของสวารอฟสกี้ โดยทีมงานสามารถค้นหาข้อมูลของแบรนด์ ดูตัวอย่างคริสตัล หรือแบบจิวเวลรี่ในยุคต่างๆ ได้ และในตอนหลังยังเปิดให้ลูกค้าซึ่งเป็นดีไซเนอร์เข้าชมได้ด้วย โดยมีทั้งห้องจิวเวลรี่ซึ่งรวบรวมผลงานที่แบรนด์ต่างๆ เคยออกแบบ ห้องเอกสารที่เต็มไปด้วยข้อมูลเก่าแก่ไปจนถึงภาพโฆษณาจากนิตยสารยุคเก่า ซึ่งแสดงให้เห็นสายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์สวารอฟสกี้กับโลกแฟชั่น และที่น่าตื่นตาสำหรับเราคือห้องคริสตัล ซึ่งเต็มไปด้วยคริสตัลโปรโตไทป์มากกว่า 7,000 แบบ โดยมีจำนวนหนึ่งไม่ได้วางตลาดจริง และแสดงให้เห็นถึงเทรนด์ที่เปลี่ยนไปในยุคนั้นๆ ด้วย 

 

 

1565264559779284 swarovski gpe day 1 1201565264549184122 archives room 2 swarovski corporate archive jpg
1565264536812227 the xilion cut2004 swarovski corporate archive jpg1565264530677932 teaser image 2 swarovski corporate archive jpg
1565264525700026 swarovskigpemorning 0 jpg1565264521346745 daniel swarovski in his laboratory1891 swarovski corporate archive jpg
ภายใน Corporate Archive

ทีมงานเล่าว่า ตอนตั้งโรงงานในช่วงแรกยังต้องใช้กลาสจากโบฮีเมียซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตคริสตัล แต่เพราะแดเนียล สวารอฟสกี้ต้องการความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร เขาจึงตั้งห้องทดลองจนสามารถผลิตกลาสของตัวเองได้ เช่นเดียวกับการพัฒนาสีและเอฟเฟ็กต์ต่างๆ หลากหลายเพื่อให้เข้ากับความต้องการของตลาด ยกตัวอย่างเอฟเฟ็กต์ยอดนิยมจนถึงปัจจุบันที่มีชื่อว่า AB Effect ซึ่งย่อมาจาก Aurora Borealis หมายถึงแสงเหนือ เทคนิคซึ่งใช้โค้ตทับบนผิวคริสตัลนี้เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1956 เมื่อคริสเตียน ดิออร์อยากนำไปใช้ในคอลเลกชั่นของเขา นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคที่น่าสนใจ ทั้งคริสตัลฟาบริคซึ่งวิเวียน เวสต์วูดเคยนำไปใช้ คริสตัลเมช (mesh) ที่ดูราวกับผ้าตาข่ายคริสตัล และเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า Pointillage

1565264629444059 swarovskigpemorning 118 jpg
ผลงานของดีไซเนอร์ในอดีตที่ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้

โรงงานสร้างสรรค์

ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในโรงงานที่เรียกกันว่า Swarovski Manufaktur เราคิดว่าเป็นบริษัทเอเจนซีหรือครีเอทีฟ ด้วยบรรยากาศที่ไม่เหมือนโรงงานแต่อย่างใด อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยบริษัท Snøhetta โดยตั้งใจให้เป็น ‘คริสตัลเวิร์กช็อปแห่งศตวรรษที่ 21’ โดยรวมแผนกดีไซน์  พัฒนาผลิตภัณฑ์ และโรงงานการผลิตเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งการรวมทุกอย่างเข้าไว้ร่วมกันนี้ช่วยให้เวลาในการผลิตโปรโตไทป์ลดลง ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของเครื่องจักร และคาเฟ่ ออกแบบให้เพดานสูงเพราะต้องการออกแบบให้แสงส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง เนื่องจากแสงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คริสตัลเปล่งประกายสุกใส ส่วนโชว์รูม ออฟฟิศต่างๆอยู่ชั้นบน และมีสะพานเชื่อมกับกับอาคาร Campus 311 ซึ่งเป็นโรงงานเจียระไนคริสตัลซึ่งได้รับการตกแต่งใหม่เช่นกัน

 

นอกจากผลงานหลากหลายที่แสดงให้เห็นว่าคริสตัลที่ผลิตได้นั้นสามารถใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ ได้งดงามแล้ว  ทีมงานยังพาไปชมการสาธิตการผลิตคริสตัล การหล่อ การตัด การขัดแต่ง เรายังได้เห็นในพรีเซนเทชั่นว่าในการผลิตเม็ดคริสตัล  การตรวจสอบคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งบางครั้งก็ใช้คนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย “ขึ้นอยู่กับขนาดด้วยครับ จริงๆ ในการตรวจสอบคุณภาพ เครื่องจักรที่ติดกล้องก็ทำได้ครับ โดยการถ่ายภาพและนำไปเปรียบกับคริสตัลชิ้นมาตรฐาน แต่ถ้าละเอียดมาก ก็จะให้คนช่วยตรวจสอบอีกที” มร. บุคเบาเออร์บอก

1565264825239296 swarovski gpe day 2 1261565264816232479 swarovski gpe day 2 136
1565264809391199 swarovskimanufakturoutside1 tif1565264804377233 swarovski gpe day 2 15
1565264798574372 swarovski gpe day 2 311565264792229061 swarovskimanufakturindoor2 tif

กลางพื้นที่โรงงาน บนผนังมีป้ายสีสันสดใสเด่นเป็นสง่าระบุความว่า  “Everything you want is on the other side of fear”  ซึ่งหมายความว่าต้องก้าวข้ามความกลัวไปจึงจะได้สิ่งที่หมาย “ผมขอยกตัวอย่างตอนที่เราเริ่มผลิตนาฬิกาก็แล้วกัน” มร. บุคเบาเออร์เล่า “เราต้องพัฒนาองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ขึ้นมาใหม่ เช่นขอบตัวเรือนที่ทำจากคริสตัล แต่ตอนหลังเราก็พฒนาให้ทำจากเซรามิกเจียระไนด้วยเพราะมันทนทานกว่า เป็นฝันร้ายของฝ่ายเอ็นจิเนียร์ เพราะมันยากมาก  แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นทางที่เราจะโต ก็เรียนรู้จากการลงมือทำ”

1565274649170688 the crystal mouse1976 swarovski corporate archive jpg
ตุ๊กตาคริสตัลรูปหนูที่ช่วยให้ Swarovski ฝ่าวิกฤตในยุค 1970 มาได้
1565264892449523 swarovskineonlettersindoor1 tif
ข้อความ โดย มาร์คุส แลงกัส สวารอฟสกี้ โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโรงงาน

Tags

#lofficieljewelry

related posts

Recommended posts for you