Life

SUSTAINABLE LUXURY

ต่อไปนี้คือตัวอย่างความพยายามของโลกลักชัวรี่ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อสังคมและโลกของเรา
Reading time 31 seconds
Chanel’s New Atelier

ในฐานะที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Living Heritage Company ทางเมซง Chanel ได้ก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังซึ่งจะเปิดใช้งานได้ช่วงปลายปีค.ศ. 2020 โรงงาน Ateliers de Verneuil-en-Halette นี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองอัวส์ ทางตอนเหนือของกรุงปารีส จุดเด่นของอาคารหลังใหม่นี้ นอกจากเรื่องความสะดวกสบายแล้ว ยังได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการใช้แผงโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตพลังงาน การจัดสรรแหล่งน้ำ  พื้นที่สีเขียว และความหลากหลายทางชีวภาพ ที่นี่จะเป็นสถานที่ทำงานและ

บ่มเพาะฝึกฝนช่างฝีมือกว่า 400 คน (และจะเพิ่มเป็น 1,000 คนภายใน 3 ปี)  ประกอบด้วยช่างตัด ช่างแพทเทิร์น และช่างหนังผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์กระเป๋าชาเนล ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผลงานแสนรักของพวกเราได้นั้นต้องผ่านงานมากกว่า 180 ขั้นตอน 

Straps from The Sea 

การรีไซเคิลเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยลดปริมาณขยะในโลกได้ แบรนด์นาฬิกา Breitling จึงได้ร่วมกับแบรนด์เครื่องแต่งกาย Outerknown ผลิตสายรัดข้อมือสำหรับนาฬิกาคอลเลกชั่น Superocean Outerknown โดยสายรัดข้อมือนี้ผลิตจากเส้นใย ECONYL ซึ่งเกิดจากการนำขยะไนลอนมารีไซเคิล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหจับปลาที่ถูกทิ้งเป็นขยะในมหาสมุทร

Tree of Life 

ขณะที่หลายแบรนด์เริ่มเกิดแนวคิดจัดแฟชั่นโชว์แบบ carbon neutral หรือโชว์ที่ลดการเกิดคาร์บอนฟุตพรินต์ ในแฟชั่นโชว์ประจำ ฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2020 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Dior ได้เลือกตกแต่งรันเวย์ด้วยต้นไม้จริงมากกว่า 160 ต้นซึ่งต้นไม้เหล่านั้นจะถูกนำไปปลูกจริงต่อไป 

Shining Hope 

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018 เป็นต้นมา จิวเวลรี่และนาฬิกาของ Chopard ทุกชิ้นได้ผลิตขึ้นจากทองคำ 100% Ethical Gold เรียกได้ว่าได้สร้างความตื่นตัวในวงการไม่มากก็น้อย ทำให้แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับที่มาของอัญมณีและวัสดุล้ำค่าต่างๆ มากขึ้น อันที่จริง Chopard ได้เล็งเห็นความสำคัญของแนวคิดเรื่อง sustainability มาโดยตลอด และ ได้เข้าเป็นสมาชิกของ The Responsible Jewellery Council ในปีค.ศ. 2012 ต่อมาได้ลงทุนและส่งเสริมเหมืองขนาดเล็กให้ผ่านมาตรฐานการทำเหมืองอย่างเป็นธรรม (Fairmined) ทั้งในด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมการทำงาน พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศตั้งโครงการ The Journey to Sustainable Luxury ร่วมกับ Eco-Age เพื่อช่วยเหลือคนงานในระบบซัพพลายเชนซึ่งมักถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับแนวทางของ Global Goals ของสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่เป็นธรรม และการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ  

Prada’s Re-Nylon 

ในยุค 1970s โลกแฟชั่นหลงใหลในวัสดุสุดล้ำอย่างพลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์ต่างๆ แต่ปัจจุบันวัสดุเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากเพราะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก ด้วยเหตุนี้ Prada จึงเริ่มต้นโปรเจ็กต์ Re-Nylon โดยนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2021 กระเป๋าไนลอนทั้งหมดซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Prada มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1984 จะผลิตจากผ้าไนลอนรีไซเคิลไม่ว่าจะเป็นพลาสติกจากทะเลหรือตาข่ายตกปลาซึ่งผลิตโดยบริษัท Aquafil และรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับองค์กรยูเนสโก ไม่เพียงเท่านั้น ทางแบรนด์ยังได้จัดทำวิดีโอแคมเปญรณรงค์เพื่อให้เห็นความสำคัญของการรีไซเคิลด้วย 

Paper Tube 

บรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะเครื่องสำอางหรือของใช้ในชีวิตประจำวันก่อให้เกิดขยะล้นโลก ทาง L’Oréal Group จึงได้ร่วมกับบริษัท Albéa ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์หลอดบีบเครื่องสำอางที่ทำจากกระดาษซึ่งใช้วัสดุฐานชีวภาพและมีคุณลักษณะเหมือนกระดาษที่ได้การรับรอง เพื่อนำมาใช้แทนที่พลาสติกที่เป็นส่วนประกอบหลักของหลอดผลิตภัณฑ์ โดยมีแผนที่จะเริ่มการผลิตล็อตแรกในปีค.ศ. 2020

Writer: Pimpilai Boonjong

related posts

Recommended posts for you