Men

หนึ่งวันกับ Daniel Henney

นักแสดงหนุ่มผู้นี้เลือกออกแบบชีวิตด้วยตัวเอง และเขาเลือกที่จะให้คุณค่ากับ “ความจริงใจ” และ “ความสุข” เหนือสิ่งอื่นใด
Reading time 40 seconds

เช้ิตขาวและกางเกงขาบานสีน้ำเงินจาก Issey Miyake ลูปเปอร์ประดับโซ่จาก Jimmy Choo 

ตอนนี้ในอเมริกา “Criminal Minds Season 13” กำลังออนแอร์อยู่ และเรารู้มาว่าคุณต้องออกกองตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เลยทีเดียว เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าวันหนึ่งคุณทำอะไรบ้าง

“วันของผมเริ่มขึ้นตั้งแต่ตีห้าหรือหกโมงครับ ผมเริ่มจากออกไปยิมก่อน ว่ายน้ำบ้าง เล่นเวทบ้าง หรือบางทีก็จ๊อกกิ้ง ซึ่งเลือกจะทำอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผม จากนั้นผมก็จะไปถึงก่อนถ่ายก่อนเริ่มสัก 20 นาที จากที่ที่ผมอยู่ไปถึงเกลนเดลใช้เวลาประมาณ 15 นาที บางวันก็ถ่ายงานทั้งวัน บางวันก็น้อยกว่านั้น ผมออกจากบ้านแต่เช้ามืด และกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว ฟังดูเหนื่อยนะ แต่แปลกที่ผมกลับชอบอะไรแบบนี้ ผมได้ทำงานกับคนดีๆ และบท Matt Simmons ที่ผมได้เล่นก็เป็นบทที่ผมเล่นนานที่สุด แถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย ผมหวังว่าแมตต์จะยังอยู่จนถึงซีซั่นหน้านะ ”

 

เราจำได้ว่าเราเคยไปถ่ายนิตยสารกับคุณเมื่อเก้าปีก่อน และในทริปนั้น คุณกับมาร์ติน ผู้จัดการคนเก่าวิ่งจ๊อกกิ้งไปรอบรีสอร์ตเลยในตอนเช้า แล้วใส่แค่สเว็ตแพนต์ด้วย 

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าเก้าปีแล้วนะนั่น เร็วมาก! แต่ผมก็ยังออกกำลังกายแบบนั้นทุกเช้านะ คนอื่นก็ถามผมเหมือนกันว่าทำได้ยังไง จริงๆแล้วก็แค่บอกตัวเองให้ลุกได้แล้ว แล้วก็ลุกขึ้นมาให้ได้จริงๆ (หัวเราะ)"

คุณเคยเล่นรายการ I Live Alone ด้วย น่าแปลกเหมือนกันเนอะที่คนดีๆมากมายต้องต่อสู้กับความเหงา ไม่ใช่แค่ไม่กี่วันด้วย แต่บางคนต้องเจอกับมันทุกวัน เป็นเวลาหลายปี! คุณคิดว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรจากรายการนี้บ้าง
“ผมให้ความสำคัญกับความถูกต้องนะ และสำหรับผม ความถูกต้องก็คือการเอาใจใส่ดูแลคนที่เรารัก ให้เวลากับพวกเขา คิดก่อนที่จะพูดหรือโต้ตอบ ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยแค่ไหน พอถึงบ้านแล้ว ลองยิ้มให้คนที่รอเราอยู่ที่บ้าน หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้แหละที่สร้างความแตกต่างได้ ผมว่าทุกคนมีวิธีในการจัดการกับเรื่องต่างๆ ไม่เหมือนกัน และหลายๆ อย่างก็ได้รับอิทธิพลกับการที่เราถูกเลี้ยงดูมาตอนเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกภูมิใจมากที่เติบโตมาเป็นคนที่รู้จักมารยาททางสังคม เพราะที่บ้านสอนให้ผมนอบน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ”

 

คุณทำงานกับมาร์ตินมาหลายปี คุณมองความสัมพันธ์นี้อย่างไร
“คนดีๆ มีไม่เยอะครับ แต่ถ้าเราได้คนดีๆ เข้ามาในชีวิต มิตรภาพที่เกิดขึ้นจะคงอยู่ต่อไปตลอดชีวิต คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในชีวิตผมคือคนที่ผมรู้จักมานานมาก ผมเชื่อใจพวกเขา ในขณะเดียวกันในวงการนี้ก็มีคนอีกมากมายที่เข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากเรา ดังนั้น สิ่งสำคัญคือคุณควรแน่ใจว่าคนที่อยู่รอบตัวคุณคือเพื่อนแท้ และการที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนเหล่านั้นไว้ได้คือการสื่อสาร บางทีการทะเลาะกันก็จำเป็นนะ และผมก็ไม่พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกันเพราะความเห็นไม่ตรงกัน ถ้าทั้งสองฝ่ายพยายามให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด ผมเป็นเพื่อนกับมาร์ตินมา 14 ปี เราคุยกันได้ทุกเรื่อง และผมก็เชื่อว่าการทะเลาะหรือท้ากันอยู่บ่อยๆ ทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก ตอนนี้เราตั้งบริษัทด้วยกันแล้ว และทุกอย่างก็ไปได้สวย ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะเราสื่อสารกันด้วยความเข้าใจครับ”

 

เมื่อเก้าปีก่อนเราให้คุณนิยามตัวเองด้วยคำสามคำ ซึ่งเราก็จำได้ดี นั่นคือ ดี เรียบง่าย และจริงใจ ตอนนี้ล่ะ คุณยังนิยามตัวเองเหมือนเดิมมั้ย
“เหมือนเดิมทุกอย่างครับ อย่างเดียวที่เปลี่ยนไปคือผมแก่ขึ้น (หัวเราะ)”

 

ส่วนตัวแล้ว เราชอบเรื่อง Criminal Minds: Beyond Borders มาก เพราะซีรีส์ Criminal Minds ที่ฉายมาสิบกว่าปีดูสนุกขึ้นไปอีกจากฉากที่เปลี่ยนไปในหลายประเทศ ทั้งอินเดีย รัสเซีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งประเด็นในเรื่องก็เปลี่ยนไปตามประเทศนั้นๆด้วย คุณรู้สึกยังไงบ้างกับบทบาทของคุณในเรื่องนี้ 

 

 

“มันเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากๆครับสำหรับผม เพราะแต่ละตอน เราจะเปลี่ยนประเทศไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าการถ่ายทำน่ะยากมาก เราต้องเจอกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่หลากหลายสุดๆ และนโยบายของตำรวจในแต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป และทุกวันนี้ การทำซีรีส์ให้ได้ฉายจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผมจึงภูมิใจมากที่เรื่องนี้ทำออกมาฉายได้สองซีซั่นแล้ว และผมก็มีส่วนกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และเราก็ทำงานกันหนักมากเพื่อที่จะให้รายละเอียดออกมาใกล้เคียงกับในความเป็นจริงมากที่สุด โปรเจ็กต์นี้จึงเป็นโปรเจ็กต์ที่สอนอะไรเรามากจริงๆครับ”

นั่นคือมุมของความสำเร็จ แต่ถ้าชีวิตเกิดเล่นตลกกับคุณล่ะ คุณมีวิธีรับมือกับมันยังไง

“คงต้องยอมรับนะว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป และทุกโปรเจ็กต์ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ หลายๆครั้ง เราก็ล้มเหลว แต่หลายๆครั้งที่เราคิดว่าพังแน่ๆ กลับสำเร็จซะงั้น สิ่งเดียวที่เราจะทำได้คือทำให้ดีที่สุด และเราต้องเชื่อว่าพลังงาน ความทุ่มเทและความกระตือรือร้นที่เราใส่ลงไปจะกลายเป็นพื้นฐานที่ดี มันเป็นความเชื่อที่ดูจะลืมหูลืมตานะ แต่สิ่งที่เราจะทำได้ในโลกบ้าๆใบนี้คือการรักในบางอย่าง แล้วพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าไปกังวลกับสิ่งที่เราควบคุมมันไม่ได้เลย” 

คุณเคยบอกว่าสำหรับคุณแล้ว การค้นพบนิยามที่แท้จริงของความสุขคือสิ่งที่สำคัญมาก และคุณก็ค้นพบมันแล้วเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนี้ พออายุมากขึ้น นิยามที่ว่ายังเหมือนเดิมไหม

“เหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ความสุขยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผมว่ามันสำคัญมากนะที่เราต้องรู้จักแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับคนอื่น และผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องรู้จักใช้ชีวิตแบบยึดติดกับวัตถุน้อยลง เวลาให้อะไรบางอย่างกับคนบางคน ผมมักจะเน้นย้ำถึงคุณค่าทางใจมากกว่าคุณค่าทางวัตถุ โดยเฉพาะการให้เวลาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหลายครั้ง ความสุขก็เกิดขึ้นและมีอยู่ชั่วขณะเท่านั้น แค่กระพริบตา ช่วงเวลานั้นก็ผ่านไปแล้วครับ”

เรียบเรียง: ชิดสุภางค์ ฉายวิโรจน์

related posts

Recommended posts for you