Watches

Great Tribute to Hodler

ผลงานพิเศษที่แบรนด์นาฬิการะดับโลก Jaeger-LeCoultre สร้างสรรค์เพื่ออุทิศแด่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ จนเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะบนข้อมือ
Reading time 21 seconds

ในตลาดนาฬิกาซึ่งเต็มไปด้วยผลงานหลากรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือนาฬิกาที่ตกแต่งด้วยศิลปะชั้นสูงซึ่งมีลูกค้าไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสครอบครอง แต่หากจะบอกว่าปัจจุบันนี้คือยุคเรอเนสซองส์ของนาฬิกาที่ตกแต่งหน้าปัดด้วยงานคราฟต์ก็ได้กระมัง ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเพราะเพราะแบรนด์ต่างๆต้องการแสดงความทักษะฝีมือผ่านหน้าปัดเพื่ออวดคนทั้งโลกก็ดี เป็นเพราะความปรารถนาของลูกค้ากลุ่มเล็กๆที่เพิ่มสูงขึ้นก็ดี หรือเพราะต้องการจะอนุรัก์ทักษะฝีมือที่สืบทอดต่อกันมาเป็นพันๆปีนี้ไม่ให้สูญหายไปก็ตาม 

แต่ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการตกแต่งตามแบบแผนปฏิบัติสืบต่อกันมาเนิ่นนาน หรือแบบที่เหล่าช่างได้คิดค้นหรือประยุกต์ขึ้นมาใหม่ เราเรียกรวมๆว่า เมติเยร์ ดาร์ต (Metiers d’Art) และการจะสร้างสรรค์นาฬิกาประเภทนี้ได้นั้น บางแบรนด์ก็เลือกทำงานกับช่างหรือเวิร์กช็อปอิสระที่เชี่ยวชาญในศิลปะแต่งละแขนงซึ่งมีอยู่ไม่กี่แห่ง มีอยู่ไม่กี่แบรนด์ที่มีอเตอลิเยร์เช่นนั้นอยู่ภายในโรงงานของตัวเอง ดังเช่นแบรนด์ Jaeger-LeCoultre ซึ่งล่าสุดนำเสนอศิลปะการลงยาอันละเอียดอ่อนในคอลเลกชั่น Metiers Rares ที่อุทิศให้กับศิลปินชาวสวิสนามว่า Ferdinand Holder ในโอกาสครบรอบ 100 ปีนับตั้งแต่เขาจากไป

ภาพพอร์เทรตศิลปิน

หากพูดถึง Ferdinand Holder คนไทยอาจจะยังไม่รู้จักมากนัก แต่เขาผู้นี้อยู่ร่วมยุคสมัยเดียวกับโคล้ด โมเนต์ โฮดเลอร์ชอบวาดภาพทิวทัศน์เนื่องมาจากการฝึกปรือฝีมือในวัยเยาว์ รวมถึงภาพพอร์ตเทรต เขาเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งของศิลปะสไตล์ symbolism (สัญลักษณ์นิยม) ในปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเป็นผู้ริเริ่มและวางรากฐานสไตล์ใหม่อย่าง Parallelism หรือ โครงสร้างขนาน ให้กับวงการศิลปะ ซึ่งหมายถึงการซ้ำองค์ประกอบเชิงสมมาตรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกันของโครงสร้างในภาพ ซึ่งยังไม่เคยมีจิตรกรคนใดวาดภาพสไตล์นี้มาก่อน

เทคนิคการวาดแบบ "โครงสร้างขนาน"

ในขณะที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆทั่วโลกกำลังจัดนิทรรศการรวมผลงานที่เกี่ยวกับแฟร์ดินองด์ โฮดเลอร์อยู่นี้ ทางแบรนด์ Jaeger-LeCoultre ก็ขอสดุดีศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ด้วยการจำลองภาพทิวทัศน์อันโด่งดังของเขามาไว้บนหน้าปัดนาฬิกาไอคอนรุ่น Reverso โดยใช้เทคนิคลงยาอันเก่าแก่ที่มีมาแล้วกว่า 3,500 ปี และปัจจุบันไม่มีโรงเรียนที่ไหนที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แขนงนี้โดยเฉพาะ หากแต่เป็นความรู้ที่ส่งต่อกันในหมู่ช่างฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น

อย่างที่ทราบดีว่านาฬิการุ่นนี้โด่งดังจากหน้าปัดที่พลิกกลับหน้าหลังได้ ด้านหน้าซึ่งแสดงเวลาจึงตกแต่งด้วยเทคนิคเก่าแก่อย่างการแกะสลักลวดลายแพทเทิร์นที่เรียกว่า กิโยเช ก่อนจะนำไปลงยาใสเฉดสีต่างๆที่เข้ากับภาพของโฮดเลอร์  ส่วนพื้นที่ด้านหลังเปรียบเสมือนแคนวาสให้ช่างลงยาวาดภาพทะเลสาบในสวิตเซอร์แลนด์ของโฮดเลอร์ ความท้าทายนอกจากจะอยู่ที่พื้นที่ขนาดจำกัดแล้ว การเลือกใช้สีสันให้เหมือนกับภาพต้นแบบและการที่สีสันของภาพจริงเบลนด์เข้าด้วยกัน ทำให้การเพนต์สีและอบสีเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ผลงานพิเศษนี้ผลิตเพียง 24 เรือนเท่านั้น โดยมีภาพของโฮดเลอร์ให้เลือกสามแบบ คือ  Lake Thun With Symmetric Reflections Before Sunrise (1904),  Lake Thun, Symmetric Reflection (1909) และ Lake Geneva With Mont Blanc In The Morning Light (1918) นับเป็นผลงานศิลปะในตัวมันเอง 

related posts

Recommended posts for you