G-Shock 35th Anniversary
Watches

Shocking! 35 Years Success of G-Shock

ผลงานสุดพิเศษ ตอกย้ำความสำเร็จสุดแกร่งตลอด 35 ปีของนาฬิกา G-Shock
Reading time 16 seconds

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับนาฬิกาเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากเดิมนาฬิกาเป็นของล้ำค่าและมีราคาสูง ไม่มีกี่คนที่ได้มีโอกาสครอบครอง การผลิตนาฬิกาให้แข็งแกร่งจึงไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะเราไม่ได้ใส่มันตลอดเวลา แต่เมื่อโลกได้รู้จักกับนาฬิกาข้อมือ และเทคโนโนโลยีการผลิตในระบบโรงงานทำให้นาฬิกาเข้าถึงคนหมู่มาก เราจึงหันมาสวมใส่มันทุกวัน และใส่ไปทำกิจกรรมต่างๆ แน่นอนว่าความแข็งแกร่งทนทานจึงขาดเสียมิได้ 

โครงสร้างตัวเรือนที่รองรับต่อแรงกระแทก

เมื่อปีค.ศ. 1983 มิสเตอร์ คิคูโอะ อิเบะ ได้คิดค้นนาฬิกา G-Shock ที่มีความแข็งแกร่งทนทาน เรื่องเริ่มจากตอนที่เขาได้รับนาฬิกาเป็นของขวัญและเผลอทำหล่นตั้งแต่วันแรก มันทำให้เข้าคิดว่าทำไมเราไม่ทำให้นาฬิกาแข็งแกร่งทนทานเสียล่ะ...แต่หลังจากทดองและไม่ประสบความสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า วันหนึ่ง เขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเด็กผู้หญิงกำลังเล่นลูกบอล ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ออกแบบตัวกลไกในโครงสร้างตังวเรือนแบบลอยตัว ทำให้เพิ่มความต้านทานในการรองรับแรงกระแทก  

"ผมต้องการสร้างนาฬิกาที่ไม่พังแม้จะทำตก" - คิคูโอะ อิเบะ

และนั่นก็เป็นที่มาของผลงานรุ่นแรกของ G-Shock ในชื่อ DW-5000C ซึ่งมีโครงสร้างตัวเรือนที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผลงานนี้เป็นต้นแบบของผลงานรุ่นอื่นๆ ซึ่งยังคงความโดดเด่นทั้งในเรื่องโครงสร้างแบบลอยตัว ฟังก์ชั่นหลากหลายที่จำเป็น ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และคุณภาพ ดังเช่น รุ่นที่ทนอุณหภูมิได้ถึง -30 องศา (1983), รุ่นที่ใช้ระบบ อีแอล แบ็กไลต์ ทำให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในที่มืด (1996), รุ่นที่ผนวกเทคโนโลยีพลังแสงอาทิตย์และคลื่นวิทยุเข้าด้วยกัน ทำให้ไม่ให้เวลาเที่ยงตรง (2005), รุ่นที่มีฟังก์ชั่นสต็อปวอทช์สำหรับกีฬาฟุตบอล แสดงข้อมูลดวงจันทร์และน้ำขึ้นน้ำลงสำหรับกีฬาเวิร์ฟ (2008), รุ่นสายคาร์บอนไฟเบอร์ (2010), รุ่นที่มีฟีเจอร์ Smartphone Link ซึ่งเชื่อมโยงกับการแสดงเวลาอย่างเที่ยงตรง (2012) 

และล่าสุด ผลงานใหม่ G-Shock 5000 Series Full Metal ซึ่งผลิตจากสตีลทั้งเรือนเป็นรุ่นแรกโดยได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานรุ่นแรก มีทั้งรุ่น GMW-B5000 มีฟังก์ชั่นอย่าง Smartphone Link และมีบลูทูธเชื่อมกับสัญญาณวิทยุและพลังงานแสงอาทิตย์ สะดวกต่อการตั้งเวลามาตรฐานโลกและฟังก์ชั่นตั้งปลุก  และรุ่นพิเศษ GMW-B5000TFG-9 Gold Limited Edition ตัวเรือนสตีลเคลือบทองด้วยเทคนิคไอออนเพลตติ้ง พร้อมสลักที่ฝาหลังว่า G-SHOCK 35th Anniversary  และรุ่น GMW-B5000TFC-1 (Porter Limited Edition) ซึ่งร่วมกับแบรนด์กระเป๋าชั้นนำของญี่ปุ่น มีเพียง 500 เรือนทั่วโลกพร้อมกระเป๋าเก็บนาฬิกา โดยในไทยมีวางจำหน่ายเพียง 8 เรือนเท่านั้น 

related posts

Recommended posts for you