Women

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในงานพรมแดงระดับโลก

หลังจากกรณีอื้อฉาวของฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ก็ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในงานเร็ดคาร์เพ็ต เช่นเมื่อครั้งเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งล่าสุดซึ่งหาได้เป็นเพียงแค่เรดคาร์เพ็ตโชว์ชุดสวยแล้ว
Reading time 35 seconds

คงเห็นกันไปแล้วกระมัง ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ผ่านมา เคท แบลนเช็ตต์กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลเมื่อเธอเดินขึ้นบันไดของงานโดยสวมชุดกระโปรงลูกไม้สีดำเรียบหรูในวันพิธีเปิด คุณอาจคิดว่ามันเป็นกลายประเด็นอย่างไรน่ะเหรอ? นั่นก็เพราะเธอเคยสวมชุดของอาร์มานี่ พรีเว่นี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน นักแสดงสาวซึ่งเป็นประธานกรรมการตัดสินประจำปีนี้บอกว่าเธอต้องการรณรงค์เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรและการบริโภคกันอย่างฟุ่มเฟือยซึ่งมีสาเหตุมาจากงานอีเวนต์ทำนองนี้นั่นเอง       

เช่นเดียวกับความตั้งใจของนักแสดงสาว คริสเต็น สจวร์ต ซึ่งถอดรองเท้าส้นสูงออกก่อนก้าวขึ้นบันไดของงานเทศกาลภาพยนตร์ดังกล่าว โดยเธอให้เหตุผลว่าเธอจะใส่รองเท้าส้นสูงในงานนี้อีกครั้งถ้ามีกฎออกมาบังคับผู้ชายที่เข้าร่วมงานนี้ในแบบเดียวกัน 

นอกจากนั้น ในงานเรดคาร์เพ็ตหลายๆงานที่เกิดขึ้น เรายังได้เห็นความตั้งใจแต่งกายแบบเรียบร้อยมากขึ้นเพื่อให้คนหันไปสนใจ ผลงานมากกว่ามาโฟกัสที่เรือนร่างของนักแสดง อย่างเช่นที่อาเดล แฮเนล สวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินมิดไนต์เรียบๆ อัลบา โรห์เวเชอร์สวมชุดกระโปรงแม็กซี่คอปิด โจเซฟีน เดอ ลา โบม ในชุดทักซิโด้สีโอพาลิน และอูลายา  อามาร่า ในชุดสไตล์แอนโดรจีนี่ผสมสปอร์ต 

 

ความแตกต่างสองขั้ว

แต่ละเพศก็มีการประท้วงเดรสโค้ดผ่านการแต่งกายในแบบของตนเอง อย่างการที่เทศกาลกำหนดไว้ว่าผู้ชายต้องแต่งกายตามเดรสโค้ด แบล็กไท ซึ่งก็คือทักซิโด้ เชิ้ตขาว และหูกระต่าย ทำให้ผู้ชายมีตัวเลือกน้อยแต่ขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเขาต้องหันมาฉุกคิดกันว่าการที่เรามาร่วมงานนี้ไม่ใช่มาโชว์รูปลักษณ์​ แต่เป็นเพราะผลงานไม่ใช่หรอกหรือ

วันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นในอดีต กฎการแต่งกายที่แตกต่างนี้ทำให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในขั้นพื้นฐานของทั้งสองเพศชัดเจนขึ้น จอห์น เบอร์เกอร์ นักเขียนชาวอังกฤษ ได้เขียนไว้ในหนังสือ Way of Seeing เมื่อปีค.ศ. 1972 ว่า "ผู้ชายแสดงออก ผู้หญิงจึงมีตัวตน ผู้ชายมองผู้หญิง ผู้หญิงก็มองตัวเองที่กำลังถูกมองอยู่" กล่าวอีกอย่างก็คือ ความแตกต่างของเครื่องแต่งกายนี้ฝังลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ ของการแบ่งแยกเพศ ผู้ชายเป็นซับเจ็กต์ ลงมือกระทำ เป็นตัวนำ ส่วนผู้หญิงเป็นออบเจ็กต์ที่ถูกมอง และรูปลักษณ์ก็เป็นสิ่งที่นิยามความสำเร็จของพวกเธอ 

“As women, we all face our own unique challenges, but we stand together on these stairs today as a symbol of our determination and commitment to progress.” - Cate Blanchett-

สู่ยุค #Metoo 

ทว่าในปีค.ศ. 2018 โลกเรดคาร์เพ็ตกำลังเผชิญกับสองกระแส ตรงข้ามกัน ในแง่หนึ่ง การปรากฏกายบนพรมแดงกลายเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหากำไรหรือผลประโยชน์ยิ่งกว่าเดิม  แบรนด์ต่างๆจ่ายเงินให้กับดาราสวมชุดไปงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ซึ่งเป็นงานที่พวกเธอถูกกระหน่ำถ่ายรูป บรรดาสื่อก็ทำหน้าที่รายงานเรื่องชุด จิวเวลรี่ แอ็กเซสเซอรี่ ทรงผม และเมกอัพของพวกเธอ "หน้าที่ของงานเรดคาร์เพ็ตในวันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตัวงานเองอีกต่อไป แต่เพื่อคนที่มาเดิน และถือเป็นการโชว์ตัวเพื่อโปรโมทผ่านสื่อด้วย งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2018 ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องไม่มีดาราระดับแม่เหล็กเท่าเมื่อก่อน และมีแต่เหล่าซูเปอร์โมเดลมาเดินซึ่งเป็นตัวแทนของแบรนด์แฟชั่น เครื่องสำอาง และจิวเวลรี่" เอโลดี โนวินสกี ผู้เชี่ยวชาญสังคมวิทยาด้านแฟชั่นอธิบาย  

photo : getty image 

Writer: Alice  Pfeiffer
Translator: Pimpilai  Boonjong

 

related posts

Recommended posts for you