Women

THE STORY OF A YOUNG GIRL

เรื่องเล่าของสาวน้อยที่ชอบเล่า พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร
Reading time 54 seconds

จากเด็กน้อยที่ชอบวาดรูป อ่านการ์ตูนมังงะ เติบโตเป็นสาวน้อยที่เริ่มเดินเข้าสู่แวดวงโฆษณา เล่นละคร ถ่ายแบบ และแสดงภาพยนตร์ เธอหลงรักการเล่าเรื่องจนถึงกับเปิดเพจ ‘พลอยเรียนจบแล้วทำไรต่อ?’ จากนั้นก็เล่าเรื่องผ่านตัวอักษรจนออกมาเป็นหนังสือ ‘วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน’ ล่าสุดกับการเล่าเรื่องผ่านการแสดงในผลงานภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ ‘Low Season สุขสันต์วันโสด’ ที่เธอสวมบทบาทนางเอกเต็มตัว

ทำงานมาตั้งหลายอย่าง จริงๆ แล้วชอบอะไรมากกว่ากัน

“ชอบหมดเลยค่ะ รู้สึกว่าสนุกและมีความสุขกับทุกอย่างที่เราทำ ทั้งการแสดง การเขียน เพราะเรียนจบทางด้านภาพยนตร์ เราก็จะรู้ว่าควรจะเล่ายังไงให้คนสนใจ เข้าใจการทำงานของเบื้องหลัง พอเราทำงานเบื้องหน้าก็ยิ่งเข้าใจว่าเบื้องหลังเขาทำงานกันยังไง พลอยหลงรักการเล่าเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งทุกอย่างที่เราทำมันก็คือการเล่าเรื่องทั้งหมด ภาพยนตร์ก็เล่าด้วยการแสดงของเรา เขียนหนังสือก็เล่าผ่านตัวอักษร หรือทำเพจก็เล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายหรือวิดีโอ”

ดูจากชื่อเพจแล้วเหมือนคุณชอบตั้งคำถามให้ตัวเอง

“ใช่ค่ะ ชอบตั้งคำถามเรื่องชีวิตแบบว่า ‘เราทำอะไรดี เราเกิดมาทำไม’ มันก็เป็นความคิดเพลินๆ ค่ะ แล้วก็เครียดไปด้วยบางครั้ง (หัวเราะ) คนส่วนใหญ่ชอบมองว่าพลอยมีความคิดเหมือนคนแก่ แบบชอบคิดถึงอนาคตน่ะค่ะ เป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับชีวิตมากๆ เรื่องอนาคต เราอยากจะหาความมั่นคงให้กับตัวเอง แล้วก็ชอบคิดว่าจริงๆ แล้วควรจะเป็นอย่างนี้ดีไหม ชอบหาความหมาย ชอบลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ”

ทำไมชอบทำอะไรคนเดียว ไม่ว่าจะดูหนัง ท่องเที่ยว

“รู้สึกสบายใจเวลาเที่ยวคนเดียว เพราะไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องปรึกษาใคร อยากดูหนังเรื่องอะไร หรือดูกี่โมงก็ได้ ถ้าเทียบกันง่ายๆ มีคนถามเราว่า ระหว่างเที่ยวกับเพื่อน กับเที่ยวคนเดียว มันแตกต่างกันยังไง การเที่ยวกับเพื่อนมันมีความรู้สึกว่าเรามีความสุขกับการได้ไปกับเพื่อน แต่ถ้าเที่ยวคนเดียว มันรู้สึกว่าเราสามารถมีความสุขได้ด้วยตัวคนเดียว มันสามารถพิสูจน์ได้ว่าการที่เรานั่งเฉยๆ โดยไม่มีใครคุยด้วย แต่เราก็รู้สึกว่าพระอาทิตย์สวยจังเลยนะ รู้สึกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว เคยนั่งอยู่มองโกเลียแล้วมองพระอาทิตย์ตก แล้วก็อืม... มีความสุขจัง ไม่ต้องคุยกับใคร นั่งยิ้มคนเดียว”

เป็นคนติสต์เหมือนกันนะ

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) น่าจะเป็นอย่างนั้นมั้งคะ”

แล้วดื้อกับที่บ้านบ้างไหม

“ดื้อค่ะ ดื้อที่สุดในบ้าน จริงๆ ที่บ้านไม่ค่อยปล่อยให้ไปเที่ยวไหนเหมือนกัน แต่เราก็ดื้อจนพิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าเราก็เที่ยวได้ เขาก็เหมือนจะปลงระดับหนึ่ง แล้วก็เชื่อใจเราระดับหนึ่ง”

/

รู้สึกอย่างไรกับการเป็น ‘นางเอก’ เต็มตัวครั้งแรก

“ตื่นเต้นมาก และกดดันมากๆ เลยค่ะ เพราะว่ามันเป็นโอกาสที่เราได้รับมา คือพลอยเป็นคนที่ไม่ได้ดังหรือคนไม่ได้รู้จักขนาดนั้น ความจริงแล้วตัวเลือกมีเยอะมากที่สามารถเป็นนางเอกได้ แต่เขาเลือกเราซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่เคยเป็นนางเอกมาก่อน แต่ทางผู้ใหญ่มั่นใจในตัวเรา ด้วยความที่เราไม่อยากให้เขาผิดหวังที่เลือกเราก็เลยกดดันมากๆ”

แล้วถามผู้ใหญ่ไหมว่าทำไมเลือกเรา

“เคยถามบ่อยมาก ถามผู้กำกับและพวกพี่ๆ ทุกคนก็จะบอกว่าเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่พลอย แบบนี้ยิ่งกดดันใหญ่”

ในกองถ่ายมีอะไรตื่นเต้นบ้าง

“ตื่นเต้นตลอดเวลาค่ะเพราะด้วยความที่ไปถ่ายต่างจังหวัดด้วย แต่ละโลเคชั่นมันคือนาบันไดเอย ป่าฝนเอย หรือขึ้นดอย แอ่งน้ำ คือทุกสถานที่เป็น unseen มีที่เดียวที่ไม่ unseen ก็คือกิ่วแม่ปาน ที่เหลือก็คือตะลุยไปในป่าหมดเลย อยากให้คนดูไปสัมผัสว่าหน้าโลว์ซีซั่นมันก็มีความสุขอีกแบบหนึ่ง พลอยว่าตัวเองเหมือนหลิน (นางเอกในเรื่อง) ที่อกหักแล้วไปเที่ยว รู้สึกว่า เฮ้ย! นี่มันชีวิตเราเลยนี่หว่า อกหักแล้วไปเที่ยว ไม่เหมือนกันตรงที่หลินจะเห็นผีแต่เราไม่เห็น”

 

อาการของพลอยตอนอกหักในชีวิตจริง

“เสียใจนะคะ ร้องไห้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ก็ยอมรับในความเสียใจว่าเรากำลังเสียใจอยู่ ก็จะมีฟุ้งซ่านบ้าง ไปหาเพื่อน ออกไปเที่ยวเหมือนกัน ไปต่างจังหวัดกับเพื่อนแต่เพื่อนกลับก่อน เราก็อยู่ต่อ”

คุณว่าอะไรคือสิ่งเยียวยาที่สำคัญ

“ในความคิดของพลอย คิดว่าน่าจะเป็นตัวเราเอง เพราะตอนที่เราอกหัก เรามักจะถามคนอื่นตลอดว่า ‘ต้องทำยังไงบ้าง เค้าเป็นยังไงบ้างวะ เค้าจะทำไงดี’ แล้วก็ไม่มีใครให้คำตอบที่เรารู้สึกพอใจได้สักคน ยกเว้นว่าสักวันหนึ่งตัวเราจะเข้าใจเอง จนกว่าถึงวันที่เราเห็นคุณค่าของตัวเองว่าเราอยู่ได้จริงๆ มีความสุขได้จริงๆ วันนั้นมันจะมูฟออนได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งใคร ถ้าวันหนึ่งเราตาสว่างขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า ช่างมัน!”

เล่าความภูมิใจของตัวเองให้ฟังหน่อย

“ภูมิใจในตัวเองที่ครั้งหนึ่งเราเคยเดินทางจากจีนไปฝรั่งเศสได้ ภูมิใจในตัวเองที่สามารถเติบโตมาเป็นคนแบบนี้ได้ถึงทุกวันนี้ เราเป็นคนในแบบที่เราไม่ผิดหวัง ภูมิใจที่ทำให้พ่อแม่ไม่ผิดหวัง ภูมิใจที่ได้เป็นตัวเองในวันนี้ หลายคนถามเยอะมากว่าชีวิตมีอุปสรรคไหม คือแทบจะไม่เคยมีอุปสรรคที่แบบว่าต้องผ่านไปให้ได้ขนาดนั้น แต่ก็อยากให้มันเกิดขึ้นในสักวันเหมือนกัน เพราะเรารู้สึกว่าถ้ามันยังไม่มี เราก็ยังไม่เติบโตสักที”

มองตัวเองในสามปีข้างหน้า คิดว่าจะต่างไปจากวันนี้แค่ไหน

“น่าจะเติบโตมากกว่านี้ น่าจะไม่ติงต๊องขนาดนี้ ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความคิดที่โตมากขึ้น หวังว่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น ไม่ได้ลังเลว่าชีวิตคืออะไร ต้องการอะไร เป็นคนที่รู้แล้วว่าฉันจะไปทางนี้ ฉันต้องการสิ่งนี้ ฉันจะทำแบบนี้ อยากเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วก็ทำอะไรสักอย่างที่เราตั้งใจจริงๆ”

 

งานในฝันของพลอย

“เมื่อก่อนอยากเป็นครูค่ะ พอเจอแรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็อยากเป็นนู่นเป็นนี่ไปเรื่อย ตอนนี้อยากเปิดโฮสเทล กับอยากทำองค์กรช่วยเหลือสังคม ที่อยากเปิดโฮสเทลเพราะว่าชอบเที่ยว เคยไปโฮสเทลแห่งหนึ่งที่รัสเซียแล้วชอบ รู้สึกรักประเทศนี้เลย เพราะเขาบริการดี เราอยากจะเป็นหนึ่งในคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขาระหว่างทาง ตอนนี้เราเหมือนกับเป็นคนที่ไปเที่ยวแล้วกลับมาเล่า วันหนึ่งเราอยากเป็นคนที่อยู่เฉยๆ แล้วเจอคนที่มาเที่ยวมาเล่าให้เราฟังที่โฮสเทลของเรา”

บทเรียนดีๆ ที่จะจดจำไปตลอด

“น่าจะเป็นการได้ลองทำ เรารู้สึกว่าการได้ลองทำ แม้มันจะผิดหวัง อย่างน้อยสักครั้งเราก็ได้ลองมาแล้ว ได้คำตอบมาแล้วว่ามันไม่เวิร์ก ถ้ามันเวิร์กก็ดี ถ้าไม่เวิร์กก็เป็นบทเรียนว่า โอเค เราต้องทำยังไงต่อไป แต่ว่าถ้ายังไม่ได้ลอง มันก็จะสงสัยไปเรื่อยๆ จนไม่มีวันจบว่ามันคืออะไรกันแน่ กับอีกอย่างหนึ่งคือทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นได้ด้วยความภูมิใจและความมั่นใจของตัวเอง ถ้าจะทำอะไรสักอย่างแต่ขาดความมั่นใจ มัวแต่กลัว ไม่กล้าทำ มันก็จบแล้วล่ะ แต่ถ้าเราภูมิใจว่าเราเก่ง เราทำได้ มันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีมากๆ ทำให้เรามั่นใจที่จะออกไปลองเผชิญ”

สไตล์การแต่งตัวของพลอย

“เมื่อก่อนชอบแต่งตัวมาก แต่งตัวจัด ใส่ตุ้มหูใหญ่ ใส่คอนแท็คเลนส์สีเทา สนุกมากกับการได้แต่งตัว แต่ตอนนี้อยากใส่เสื้อผ้าเรียบๆ สบายๆ แต่ก็ยังชอบแต่งตัวอยู่ดี สับสนเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) คือพยายามแต่งให้น้อย เรียบง่าย อยากรักษ์โลกไงคะ ไม่อยากให้เป็น fast trend ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยความที่เรายังหลงใหลเสื้อผ้า บางตัวก็ยังอดที่จะซื้อไม่ได้อยู่ดี แต่ก็พยายามคิดว่าเสื้อผ้าที่เราซื้อมามันใส่ได้ครั้งเดียวหรือกี่ครั้ง ถ้ารู้สึกว่าตัวนี้ใส่ได้หลายครั้งก็จะซื้อ”

ทำไมเราถึงรู้สึกรักษ์โลก

“ทุกอย่างมันมาจากเที่ยวหมดเลยค่ะ พอเราเที่ยวแล้วก็อยากดำรงความสวยงามอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าไม่ได้รักโลกขนาดนั้นนะ คือถ้ามองจริงๆ เราก็รักตัวเองเหมือนกัน มันเป็นสิ่งใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้นน่ะค่ะ อย่างฝุ่น อากาศที่มันเปลี่ยนแปลง หรือไฟไหม้ป่าแอมะซอน หรือออสเตรเลีย ถึงเข้าใจว่าจริงๆ แล้วพลาสติกมันไม่สามารถหยุดผลิตได้ แต่เราแค่ช่วยลดให้มันใช้น้อยลงก็ยังดี คือโลกไม่ใช่ของเรา มันคือของทุกคน ของธรรมชาติ ของสัตว์ เราไม่ควรจะเห็นแก่ตัวเองคนเดียว”

related posts

Recommended posts for you